นายสุรปกิชญ์ ปาปะกัง ประมงอำเภอลำปลายมาศ เปิดเผยว่า ชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่ Mobile Hatchery เป็นโรงเพาะฟักเคลื่อนที่สำหรับการเพาะพันธุ์ปลา ที่มีความสะดวกและยืดหยุ่นในการใช้งาน เหมาะกับการเพาะพันธุ์ปลาในพื้นที่ที่ไม่มีโรงเพาะพันธุ์ประจำ หรือใช้ในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการเพาะพันธุ์ปลาเฉพาะกิจ สามารถเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนหรือปลาอื่น ๆ ได้หลายชนิด โดยในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการนำมาเพาะพันธุ์ปลาตะเพียน เพราะเป็นปลาพื้นถิ่น หาง่าย มีตามบ่อของเกษตรกร โดยขั้นตอนการเพาะจะมีอัตราส่วน เพศเมีย 1 ตัวต่อตัวผู้ 2 ตัว โดยจะนำปลาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มาฉีดฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นการวางไข่ แล้วปล่อยไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง ก็จะมีการออกไข่ นับจากนั้นไปอีกประมาณ 6 ชั่วโมง ก็จะฟักเป็นตัว จากนั้นก็ทำการอนุบาลไว้อีกประมาณ 3 วัน ก็จะสามารถนำไปปล่อยในแหล่งน้ำได้ ซึ่งควรที่จะปล่อยในช่วงเช้า เวลาประมาณไม่เกิน 7.00 น. เพราะอุณหภูมิของน้ำจะใกล้เคียงกันระหว่างชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่ Mobile Hatchery และแหล่งน้ำ โดยการปล่อยในลักษณะนี้จะมีอัตราการรอดที่ 3 % ซึ่งพอเจริญเติบโตขึ้นมาก็จะมีมูลค่าที่สูงมาก แต่ถ้านำไปปล่อยในบ่ออนุบาล เพิ่มระยะเวลาตรงนี้ ก็จะทำให้อัตราการรอดเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
ซึ่งการเพาะแต่ละครั้งจะได้ประมาณ 500,000 ตัว ต่อน้ำหนักรวมปลาเพศเมีย 3 กิโลกรัม ยกตัวอย่างเช่น ปลาเพศเมีย 6 ตัว น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัม ก็ต้องมีเพศผู้ 12 ตัว สำหรับกรณีที่เกษตรกรสนใจอยากที่จะศึกษาเรียนรู้ในส่วนตรงนี้เพื่อที่จะนำไปขยายพันธุ์ หรือนำไปต่อยอดทำธุรกิจ สามารถติดต่อประสานได้ที่ประมงอำเภอทุกอำเภอ เพราะการใช้ชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่ Mobile Hatchery ในการเพาะพันธุ์ปลาเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตปลา มีต้นทุนที่ไม่สูงจนเกินไป ทั้งยังช่วยตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ห่างไกล และช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติได้เป็นอย่างดี