นายสมชาย คะเลิศล้ำ ชาวนาบ้านหนองโพง ตำบลอิสาน อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ชาวนากำลังมีการเกี่ยวข้าว ซึ่งก็มีทั้งส่วนที่นำไปขายและส่วนที่ต้องการเก็บเอาไว้ ซึ่งก่อนที่จะมีการเก็บก็ต้องมีการตากให้แห้ง ดังนั้นตนเองกับญาติ อีก 2 - 3 คน จึงใช้ช่วงเวลานี้ ที่ยังไม่ได้เกี่ยวข้าวของตนเอง ออกมารับจ้างตากข้าว พร้อมกับการเก็บขึ้นยุ้งฉางให้ชาวนาคนอื่น ๆ ที่ต้องการแรงงาน อย่างวันนี้ก็มารับจ้างคนที่รู้จักกันตากข้าวที่เกี่ยวมาได้ประมาณ 3 ตัน โดยจะคิดราคาค่าจ้างคนละ 300 บาทต่อวัน ส่วนการตากข้าวปกติทั่วไปแล้วถ้าสภาพอากาศดีมีแดด ไม่มีฝนจะใช้เวลาประมาณ 3 วันก็แห้งสามารถเก็บขึ้นยุ้งฉางได้ แต่ถ้าเกินกว่านั้นก็จะมีการตกลงราคากันใหม่อีกครั้ง
ซึ่งในช่วง 3 วันที่ทำการตากนี้ ก็จะช่วยกันกับญาติ เกลี่ยข้าวพลิกกลับไปมาทุก ๆ 3 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รับแสงแดดและให้ลมไล่ความชื้นออกจากเมล็ดข้าว ก็จะทำสลับกันอย่างนี้ตลอดทั้งวัน พอตกเย็นก็จะรวมข้าวเป็นกองเพื่อไม่ให้โดนความชื้นจากหมอกในตอนกลางคืน โดยจะมีการนอนเฝ้ากองข้าวให้ทั้งคืน เช้ามาก็ทำลักษณะเดิมจนครบ 3 วัน ซึ่งวันสุดท้ายข้างเปลือกจะแห้งพอดี สามารถนำไปเก็บที่ยุ้งฉากได้ก็จะช่วยกันทำให้เสร็จ ก่อนที่จะไปรับจ้างคนอื่นต่อไป ส่วนถ้าวันไหนมีฝนตกลงมา ตรงนี้ก็จะยืดเวลาตากข้าวออกไป ก็จะมีการคุยราคาเรื่องค่าแรงกันใหม่อีกครั้ง ได้มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่การพูดคุย เพราะบางคนเค้าก็เลี้ยงอาหารดี ๆ จนเกรงใจก็จะลดราคาลงมา สำหรับการรับจ้างแบบนี้ตนเองทำเป็นประจำทุกปี จนตอนนี้มีคนจองคิวยาวต่อเนื่องไปจนหมดฤดูเกี่ยวข้าว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นญาติ ๆ คนรู้จักกัน แล้วก็มีการบอกต่อไปยังคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างเคียงขยายไปเรื่อย อย่างปีที่ผ่านมาก็รับจ้างไปจนถึงเขตอำเภอหนองกี่ที่อยู่ห่างจากบ้านออกไปประมาณ 50 กว่ากิโลเมตร ซึ่งตัวนี้จะเป็นการไปรับจ้างขนข้าวเข้ายุ้งฉาง ก็จะได้ในราคาวันละ 500 บาท ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่ดี ส่วนการตากข้าวบนถนนส่วนตัวมองว่าไม่อยากให้ทำ เพราะว่ามีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตราย อยากให้มีการพูดคุยกัน ไปขอยืมพื้นที่ของเพื่อนบ้านมาใช้ประโยชน์ก็ได้ อย่างที่มาตากอยู่วันนี้ก็มีการพูดคุยกับเจ้าของที่ ว่าจะทำความสะอาด ตัดต้นไม้ ใบหญ้าให้ พอได้รับอนุญาตเราก็เข้าไปทำจริง พอตากเสร็จเราก็เก็บกวาดทุกอย่าง ทำให้พื้นที่สวยงาม ก็ได้ประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ต้องไปสร้างความเสี่ยงให้กับคนในชุมชนด้วย