บรรยากาศการจัดประเพณีบุญบังไฟ ที่ตำบลหนองตาด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ในวันนี้ (30 พ.ค. 65) เป็นไปอย่างสนุกสนาน ประชาชนจาก 22 ตำบล ต่างแต่งตัวเป็นนางรำ ชุดแฟนซี และตัวตลก เพื่อเข้าร่วมประกวดขบวนแห่บั้งไฟ ที่ทางตำบลจัดขึ้น พร้อมเคลื่อนขบวนตามถนนสายบ้านสำโรง - โนนเค็ง ไปยังลานอเนกประสงค์ บ้านโนนเค็ง ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการจุดบั้งไฟ อย่างพร้อมเพรียง ก่อนเข้าร่วมการประกวด ซึ่งแต่ละหมู่บ้านก็งัดการแสดงชุดเด็ดมาประชันกัน ทั้งการแสดงรำฟ้อน และการเต้นประกอบจังหวะ สร้างความประทับใจและเรียกเสียงหัวเราะตามๆกัน
จากนั้นในช่วง 12.30 น. นายเกรียงศักดิ์ สมจิต นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วยปลัดอำเภอ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟอย่างเป็นทางการ โดยก่อนเปิดงาน ได้มีการมอบรางวัลประกวดขบวนแห่บั้งไฟของแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งปีนี้ รางวัลชนะเลิศ ตกเป็นของ บ้านสำโรงเหนือ หมู่ 21 ชนะเลิศด้วยคะแนนถึง 90 คะแนน ส่วนพิธีเปิด ได้มีการจุดบั้งตะไลยักษ์ เป็นปฐมฤกษ์การจัดงานในวันนี้
ด้านนายธีรศักดิ์ ทองทรวง กำนันตำบลหนองตาด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดงานแห่ประเพณีบุญบั้งไฟในปีนี้ชาวบ้านตื่นตัวกันมาก ซึ่งทางชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลหนองตาดได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ จัดงานขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีโบราณให้เป็นที่รู้จักกับคนรุ่นใหม่ และจะเป็นการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากว่างเว้นการจัดงานมากว่า 2 ปี ส่วนพื้นที่การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟปีนี้จะจัดขึ้น ที่บ้านโนนเค็ง หมู่ 15 ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากชุมชน และไม่มีประวัติพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ รวมถึงนำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนที่เข้าร่วมงานปฏิบัติตามมาตรการ การวางจุดคัดกรองตรวจไข้ การแสดงหลักฐานการรับวัคซีน รวมถึงการดูแลในเรื่องของการพนัน ความปลอดภัย พร้อมจัดตั้งทีมเคลื่อนที่เร็วคอยสนับสนุนป้องกันการทะเลาะวิวาท ให้การจัดงานประเพณีเป็นไปอย่างราบรื่น
ส่วนกิจกรรมในวันนี้นอกจากจะมีการจัดประกวดขบวนแห่บั้งไฟแล้ว ภายในงานยังจัดให้มีคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้เข้าร่วมงานส่วนในวันพรุ่งนี้จะเริ่มจุดบั้งไฟเพื่อให้ฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล เกิดความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัย ซึ่งงานบุญบั้งไฟ ถือเป็นงานประเพณี ประจำปีที่สำคัญของชาวอีสาน พอใกล้ถึงวันงานชาวอีสานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะกลับบ้านไปร่วมงานบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นงานที่สร้างความรักความสามัคคีของคนท้องถิ่นเป็นอย่างดี